ข่าวสารและบทความล่าสุด

Athentic Consulting’s team of experienced experts bring you the
latest news and insights in law and regulations.

เตรียมให้พร้อม ก่อนยื่นขอรับรอง PDPC Certification Mark

เตรียมให้พร้อม ก่อนยื่นขอรับรอง PDPC Certification Mark

หลังจากที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับมาระยะหนึ่ง หลายองค์กรมีความตระหนักให้ความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำนโยบายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) เพื่อแจ้งแก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล การจัดทำบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ROPA) ตลอดจนกระบวนการต่าง ๆ เพื่อรองรับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร คำถามสำคัญในวันนี้จึงอาจไม่ใช่เพียงว่า “องค์กรดำเนินการตาม PDPA แล้วหรือยัง” แต่กำลังก้าวไปสู่คำถามว่า “องค์กรสามารถแสดงให้เห็นได้หรือไม่ว่า สิ่งที่กำหนดไว้ถูกนำไปปฏิบัติจริง และมีมาตรฐานเพียงพอ”


Personal Data Protection Certification Mark หรือใบรับรองและเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

เป็นกระบวนการซึ่งกำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ในการสร้างกระบวนการรับรองด้านมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีเกณฑ์มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกอบด้วย 4 กลุ่ม 10 ด้าน 128 ข้อ ครอบคลุมหัวข้อ นโยบายและการบริหารจัดการ (Policy and Governance) การพัฒนาทรัพยากรบุคคลขององค์กร (Human Resource Development: HRD) กระบวนการและขั้นตอนการดำเนินงาน (Process and Procedure) และระบบเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยและการแจ้งเหตุละเมิด (Technology Security and Breach Response) ทั้งนี้เกณฑ์การตรวจสอบอ้างอิงมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากล เช่น มาตรฐาน ISO NIST และแนวคิดจาก GDPR รวมทั้งแนวปฏิบัติจาก ICO เป็นต้น อันเป็นการเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน และนานาประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นว่าองค์กรมีรับผิดชอบและมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอทัดเทียมระดับสากล การที่องค์กรเข้าสู่กระบวนการยื่นขอรับรองมาตรฐาน จึงเป็นอีกก้าวที่สำคัญของการยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร เสมือนเป็นเครื่องหมายยืนยันความมุ่งมั่นตั้งใจและการดำเนินการอย่างเต็มที่ขององค์กรในด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จากการมีนโยบายและแนวปฏิบัติ ไปสู่การแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานในทางปฏิบัติจริงและหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้


ความแตกต่างระหว่างการรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Certification Mark) และการประเมินระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Maturity Model)

หนึ่งในคำถามที่หลายองค์กรอาจสงสัย คือ หากองค์กรเคยทำ Privacy Maturity Model มาแล้ว Personal Data Protection Certification Mark แตกต่างจากสิ่งที่เคยดำเนินการอย่างไร? จำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่? คำตอบคือ แม้ทั้งสองเรื่องจะมีความเกี่ยวข้องกัน แต่มีวัตถุประสงค์และกระบวนการที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน


 

6 ขั้นตอนในการเข้าร่วมการรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Certification Mark)  
• ขั้นตอนที่ 1 ประเมินตนเองผ่านเกณฑ์การตรวจมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PMM) : องค์กรตรวจสอบความพร้อมในเบื้องต้นของตนเอง โดยต้องผ่านในระดับ 5 ของเกณฑ์การตรวจมาตรฐาน
• ขั้นตอนที่ 2 จัดทำคำขอ แบบประเมิน และจัดเตรียมเอกสารนโยบาย : ยื่นเอกสารนโยบายอันเป็นเอกสารหลักฐานผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ สคส. กำหนด
• ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบเอกสารโดยเจ้าหน้าที่ สคส. : สคส. ดำเนินการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นว่าครบถ้วนตามเกณฑ์หรือไม่ 
• ขั้นตอนที่ 4 การตรวจประเมินโดยเจ้าหน้าที่ สคส. : สคส. ดำเนินการตรวจประเมินอย่างละเอียดผ่านเอกสาร หรือการลงพื้นที่จริง
• ขั้นตอนที่ 5 การพิจารณาผล : คณะทำงานกลั่นกรองดำเนินการตรวจทานและรับรองผลการตรวจประเมิน เพื่อรับรองว่าองค์กรที่ผ่านเกณฑ์สามารถคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพตามกฎหมาย
• ขั้นตอนที่ 6 การพิจารณารับรองผล : เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รับรองผลอย่างเป็นทางการ และ สคส. ดำเนินการออกใบรับรองมาตรฐานและเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่องค์กร

ประโยชน์ที่องค์กรจะได้เมื่อเข้าร่วมการรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Certification Mark)

เนื่องจากการดำเนินงานในภาครัฐและภาคเอกชนมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้การดำเนินงานสามารถขับเคลื่อนไป เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและไว้วางใจให้แก่หน่วยงานภายในประเทศไทยทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สำหรับการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงการคุกคามทางไซเบอร์และความเสี่ยงในการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนเพิ่มมาตรฐานการบริหารจัดการข้อมูลที่ดีให้แก่หน่วยงานให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล ซึ่งการที่องค์กรผ่านเกณฑ์การตรวจประเมินและได้รับใบรับรองและเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ย่อมไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นว่าองค์กรมีความพร้อมรับผิดชอบต่อข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในความครอบครอง และมีการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างครบถ้วนแล้ว หากแต่รวมไปถึงแสดงให้เห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญและได้มีกระบวนการรองรับการจัดการข้อมูลได้ดี อันรวมไปถึงการจัดการและรับมือต่อเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งอาจทำให้อัตราการเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทยลดลง ตลอดถึงองค์กรมีความพร้อมเข้าร่วมทำธุรกิจ และติดต่อสื่อสารร่วมกับองค์กรอื่นในระดับนานาชาติด้วยมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ทัดเทียม นอกจากนี้ การเข้าร่วมการตรวจประเมินยังเป็นการส่งเสริมระบบนิเวศน์ของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายในประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น อันเป็นประโยชน์ต่อทั้งภาพลักษณ์ขององค์กร ภาพลักษณ์ประเทศไทย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขาจะได้รับการคุ้มครองอย่างสูงสุด 

หากองค์กรของคุณมีเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมการตรวจประเมินตามเกณฑ์การตรวจมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อขอรับใบรับรองและเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC Certification Mark) การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบประเมินความพร้อม วิเคราะห์ช่องว่างและจัดเตรียมแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้องค์กรสามารถเตรียมตัวได้อย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ 


อ้างอิง

- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง หลักเกณฑ์การให้ใบรังรองและเครื่องหมายรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2569

- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เรื่อง วิธีการและเงื่อนไขในการรับรองมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2569


กนกนันท์ ชนาทรธรรม
Lead - Legal Technology Counselor
ผริตา เมฆแสน
Legal Technology Counselor
เกี่ยวกับเอเทนติค ข่าวสารและบทความล่าสุด บริการของเรา ติดต่อเรา ร่วมงานกับเรา